นินา ชิสุสาว อายุ 3 ขวบครึ่ง ทานอาหาร Holistic มา 2 ปีเต็มแล้ว สุขภาพแข็งแรง
 
คำว่า"โฮลิสติก" (Holistic) นั้น ไม่มีคำจำกัดความในภาษาไทย  แต่ดูจะใกล้เคียงคำว่า ชีวจิต มากที่สุด  เมื่อพูดถึงคำว่าชีวจิต  หลายๆคนจะเบือนหน้าหนี คิดว่ารสชาิติต้องแย่ หรือต้องเป็นอาหารมังสวิรัต  แต่ที่จริงแล้ว คำว่าโฮลิสติก นั้น  หมายถึง การคำนึงถึงภาพรวมทั้งหมด  ไม่ใช่แค่เพียงบางส่วน  คำจำกัดความของอาหารสุนัขและแมวโฮลิสติกนั้น คือ อาหารที่คำนึงถึงสุขภาพในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขน ผิวหนัง ระบบการย่อย การเจริญเติบโต ความแข็งแรง ปลอดโรค ไปจึงถึงความมีชีวิตชีวา ซึ่งไม่ใช่ว่าจะต้องมีรสชาติแย่เสมอไป
 
สิ่งที่อาหารโฮลิสติกมีเหมือนกันหมด คือ ความเป็นธรรมชาติของส่วนผสม ส่วนผสมที่อยู่ในอาหารโฮลิสติกมักเป็นส่วนผสมที่เป็นเกรดสำหรับคนบริโภค  ในขณะที่อาหารทั่วไปมักใช้ผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์ (by-product)  ซึ่งรวมถึงเครื่องใน กระดูก ขน ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่าเป็นของเหลือ ซึ่งอาจมีหรือไม่มีสารตกค้าง ฮอร์โมน แอนตี้ไบโอติกส์ ก็ได้  ในขณะที่เนื้อสัตว์เกรดคนบริโภคนั้นจะปลอดฮอร์โมน ปลอดภัย และย่อยได้ง่าย นำมาใช้ได้มากกว่า
 
นอกจากเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็นเกรดคนบริโภคแล้ว  อาหารโฮลิสติกยังมีส่วนผสมของธัญพืช ที่มีคุณค่าทางอาหารมากกว่าปกติ  ในขณะที่อาหารสุนัขทั่วไปมักใช้ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวสาลี เป็นแหล่งที่มาของคาร์โบไฮเดรต ซึ่งสุนัขส่วนหนึ่งมีอาการแพ้ และยังมีคุณค่าต่ำ นำไปย่อยใช้ได้ยาก  มีการดัดแปลงพันธุกรรมกันอยางแพร่หลาย โดยเฉพาะข้าวโพด 
 
อาหารโฮลิสติกมักเลือกใช้สิ่งที่ดีกว่า เช่น มันฝรั่ง หรือข้าวกล้อง ที่มีคุณค่าและปลอดภัย สุนัขมีโอกาสแพ้น้อยและไม่ค่อยมีสารเคมีสะสม  ในขณะที่อาหารสุนัขทั่วไปนั้น มีส่วนผสมหลักจบลงเพียงแค่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และกากใย ที่จำเป็นบวกกับกรดไขมันบำรุงขนโอเมก้าที่ได้จากไข่หรือน้ำมันสกัดจากพืชหรือปลา (ในยี่ห้อที่มีราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อย เนื่องจากเป็นส่วนผสมที่มีราคาแพง)  และอาจเพิ่มวิตามินที่ผ่านกรรมวิธีต่างๆมาแล้ว ลงไปตามความเหมาะสม
 

 
อาหารโฺฮลิสติก มักเลือกที่จะใช้ส่วนผสมธรรมชาติที่มีกรดไขมันโอเมก้าสูง และเลือกใช้พืชผักต่างๆที่ให้วิตามินที่ครบถ้วน หลากหลาย และเป็นธรรมชาติกว่า เช่น มะเขือเทศ แครอท ถั่วลันเตา ผักโขม บร๊อคโคลี่ แอปเปิ้ล บลูเบอรี่ ฯลฯ  ซึ่งคุณจะไม่พบในส่วนผสมของอาหารทั่วไป รวมถึงการผสมพืชสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานโรคให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ลดกลิ่นมูล ลดกลิ่นปาก และการเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีลงไปในอาหาร เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีระบบย่อยอาหารที่ดี  อีกทั้งการผลิตนั้นจะระมัดระวัง เพื่อให้สูญเสียคุณค่าทางอาหารไปน้อยที่สุด
 
ไม่ใช่้เรื่องน่าแปลกที่อาหารเหล่านี้มีราคาสูงลิบ เพราะหากคุณอ่านส่วนผสมที่ข้างถุงดูแล้ว จะผลิตอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะมีราคาถูกได้  คำถามต่อมาที่ดิฉันมักจะพบ คือ จำเ็ป็นแค่ไหนที่จะต้องให้อาหารโฺฮลิสติก ?  ที่จริงแล้ว นี่คือคำถามที่คุณต้องถามตัวเอง ว่าคุณให้ความสำคัญกับสุนัขหรือแมวของคุณมากแค่ไหน ?  อาหารเกรดพรีเมี่ยมที่ราคาถูกกว่านั้น ถือว่าดีมากแล้ว (และแพงมากแล้ว) และคุณอาจไม่เห็นความแตกต่างสักเท่าไหร่ในระยะสั้น  นอกจากสุนัขจะมีปัญหาเรื่องแพ้อาหาร  ซึ่งเมื่อเปลี่ยนเป็นสูตรโฮลิสติกที่เหมาะสมมักจะเห็นผลชัดเจน  แต่ถ้าคุณคิดจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับสุนัขหรือแมวเท่านั้น คุณจะคำนึงถึงอายุที่ยืนยาวของเขา  การปลอดโรค(ปลอดค่ารักษา)  และสุขภาพจิตที่ดีจากการกินอาหารที่เป็นธรรมชาติ มากกว่าแค่ขนสวย ตัวโต และมีเรี่ยวแรง
 
Regal Holistic จากสหรัฐอเมริกา
 
 
สำหรับคนที่จ่ายไม่ไหวกับอาหารราคาขนาดนี้  สิ่งที่ดีที่สุดคือการหัดอ่านส่วนผสมข้างถุงอาหารก่อนที่คุณจะซื้อ  อาหารเกรดพรีเมี่ยมทั่วไป ไม่ได้มีส่วนผสมที่ดีเท่าๆกัน  ปัจจุบันคุณมักจะพบส่วนผสมที่ดีกว่าในราคาเท่ากัน หรือถูกกว่าในอาหารของบริษัทเ็ล็กๆ  ที่คุณอาจไม่ค่อยได้พบเห็น  ซึ่งจะไม่ได้บวกค่าโฆษณาหรือค่าการตลาดลงไปในราคาอาหาร 
 
ทางเดียวที่คุณจะรู้ได้ว่าอาหารนั้นดีหรือไม่ดี  ไม่ใช่การฟังคำชักชวนของผู้ขาย ผู้เพาะพันธุ์ หรือสัตว์แพทย์  ซึ่งอาจมีส่วนของการทำกำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง  แต่คือการกระทำง่ายๆ ด้วยการพลิกดูส่วนประกอบข้างถุงอาหาร ซึ่งจะเรียงจากปริมาณมากไปน้อย (สำหรับอาหารที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา)  คุณจะได้รู้ว่า คุณกำลังจะจ่ายเงิน 2000-3000 บาท  เพื่อซื้อเนื้อไก่ผสมข้าวและวิตามิน หรือซื้อข้าวโพดกับถั่วเหลืองผสมเศษไก่และค่าโฆษณากันแน่
 
เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย  เรื่อง โฺฺฺฮลิสติก คืออะไร
จาก Shamu Quarterly , August-October 2011,  Volume 12  No.4

Comment

Comment:

Tweet

I concur with your conclusions and will thirstily look forward to your upcoming updates

#4 By inder (14.98.138.71) on 2011-11-02 13:28

แนะนำเลยค่ะ นินาก็กินสูตรปลาแซลมอนมาโดยตลอด
สำหรับน้องหมาแพ้ง่าย ลองเลิกทานอาหารทั่วไปที่ส่วนใหญ่ทำจากไก่ แล้วมาทานสูตรปลาดู อาการต่างๆน่าจะดีขึ้นบ้างนะคะ

#3 By มุกดาว (StarPearl) on 2011-10-04 08:29

เย้ รูปที่อาหารที่เอามาประกอบยี่ห้อเดียวกับที่บ้านเลย ของเขาดีจริงๆ ค่ะ (น้องหมาที่บ้านกินอาหารที่มีเนื้อไก่แล้วขึ้นตุ่มหนอง เลยต้องให้กินปลาค่ะ)
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ นะคะ

ปล. นินาขนยาวเต็มที่ เป็นสาวสวยแล้ว น่ารักจังค่ะ

#2 By thanikarn on 2011-10-03 12:45

ขอบคุณสำหรับข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์นะคะ
ไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของน้องหมาหรือแมว แต่ขอศึกษาเป็นความรู้ไว้ค่ะ big smile

มุกดาว (StarPearl) View my profile


มะหมาซาลอน

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.30 น.
รับน้องหมาตัดแต่งขนตัวสุดท้าย
เวลา 16.00 น.

กรุณาโทรนัดล่วงหน้า
(บางครั้งช่างติดธุระ ไม่อยู่ร้าน)

โทร 086-4128169


Recommend


สงวนลิขสิทธิ์
ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539
ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน
นำรูป ข้อความที่เขียนไว้
หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในที่นี้
ไปเผยแพร่อ้างอิง
โดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดีตาม
กฎหมายบัญญัติสูงสุด

กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกก่อน
(**ยกเว้นของแต่งบล็อกที่แจก
และเจ้าของน้องหมาในรูป**)


Instagram