ทุกวันนี้มีโรคต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกับเด็ก  จนบางครั้งเราอาจลืมโรคอย่างโรคพิษสุนัขบ้าไป  นั่นมิได้หมายความว่า โรคนี้หมดไปจากโลกเราแล้ว  แต่มันยังคงเป็นปัญหาและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กๆ และคนไทยอีกหลายคนต้องเสียชีวิตจากโรคนี้อยู่เนืองๆ

โรคพิษสุนัขบ้าคืออะไร

โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ  เป็นโรคติดต่อร้ายแรงชนิดหนึ่ง  เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด  เช่น คน สุนัข แมว หนู ลิง ชะนี กระรอก และค้างคาว หรือสารพัดสัตว์เล็ก ที่เด็กๆ นำมาเลี้ยงด้วยความรักหรือแฟชั่นก็ตาม

ในประเทศไทยสุนัขเป็นสัตว์แพร่เชื้อที่สำคัญรองลงมาคือ แมว  ปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่จะรักษาโรคพิษสุนัขบ้าได้ หากรับเชื้อแล้ว ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ปล่อยไปจนแสดงอาการของโรคแล้ว  ต้องเสียชีวิตทุกราย    ดังนั้นจึงจัดได้ว่าเป็นโรคที่ร้ายแรงมากชนิดหนึ่ง

คนติดโรคพิษสุนัขบ้าจากทางใดได้บ้าง

โดยปกติคนจะป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ เนื่องจากรับเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้ามาจากสัตว์ป่วยเป็นโรค ได้ 2 ทาง คือ

  1. ถูกสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคกัด  ตั้งแต่มีรอยขีดข่วน มีเลือดออก หรือถูกเล็บที่เปื้อนน้ำลายขีดข่วนจนเป็นแผลเลือดออก  ทำให้เชื้อไวรัสจากน้ำลายของสัตว์ที่ป่วยเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล
  2. ถูกสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคเลีย  โดยปกติ คนจะไม่ติดโรคจากการโดนสัตว์เลีย  นอกเสียจากว่าคนนั้นมีบาดแผลรอยข่วน รอยถลอก รวมทั้งถูกเลียบริเวณริมฝีปากหรือนัยตาด้วย โดยที่คนนั้นไม่ทันได้สังเกตุ

 

เราทราบได้อย่างไรว่าสัตว์นั้นป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า

อาการของสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า พบได้ 2 แบบ คือ

  1. แบบดุร้าย  สัตว์จะมีอาการหงุดหงิด ตื่นเต้น วิ่งพล่าน ไล่กัดคนและสัตว์อื่นๆ อย่างดุร้าย  ถ้าเป็นสุนัขจะแสดงอาการดุร้ายประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นก็จะอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซและตายในที่สุด
  2. แบบเซื่องซึม  สัตว์จะมีอาการลิ้นห้อย ปากอ้าหุบไม่ได้ ตัวแข็ง เป็นอัมพาต บางตัวมีอาการชักและตายในที่สุด  อาการนี้จะสังเกตได้ยาก เพราะสัตว์จะแสดงอาการเหมือนโรคที่เกิดจากสัตว์อื่นๆ เช่น ไข้หวัด หรือหัดในระยะต่างๆ

ถึงแม้สัตว์ไม่มีอาการข้างต้น ก็อย่าเพิ่งวางใจว่าปลอดภัย  เพราะสัตว์อาจยังไม่แสดงอาการของโรค แต่สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้  ดังนั้น หากถูกสัตว์กัดหรือเลีย  จะต้องจับสัตว์นั้นขังไว้เพื่อสังเกตอาการประมาณ 10 วัน

ข้อควรปฏิบัติหลังถูกสัตว์บ้า หรือสัตว์ที่สงสัยว่าบ้ากัด

  1. ล้างแผลด้วยน้ำและสบู่ 2-3 ครั้ง  แล้วทาแผลด้วยแอลกอฮอล์ ทิงเจอร์ไอโอดีน หรือพีวีดีน(เบตาดีน) แล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
  2. ในกรณีติดตามสัตว์ที่กัดไม่ได้  เช่นสัตว์จรจัดที่กัด เลีย ที่นัยตาหรือริมฝีปาก แล้ววิ่งหนีหายไป  จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนและเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเหมือนกับผู้ที่มีบาดแผลถลอด หรือแผลลึกมีเลือดไหล

ควรฉีดวัคซีนและเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างไร

ปัจจุบันการฉีดวัคซีนจะใช้วัคซีนที่ผลิตจากเซลล์เพาะเลี้ยงเพียง 5 เข็ม ซึ่งปลอดภัยกว่าวัคซีนแบบก่อนที่ต้องฉ๊ด 14 เข็มรอบสะดือ (ในปัจจุบันประเทศไทยเลิกใช้แล้ว)

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว  ผู้ที่ถูกสัตว์กัดส่วนใหญ่ที่มีบาดแผลเลือดออก  จะต้องได้รับการฉีดเซรุ่มรอบแผลทุกๆแผลด้วย  เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันไปทำลายเชื้อไวรัส ก่อนที่ไวรัสจะก่อโรคขึ้น และก่อนที่ภูมิต้านทานของร่างกายจะสร้างขึ้นเองจากวัคซีน  ด้วยเหตุผลนี้เอง  การใช้เซรุ่มร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคสุนัขบ้าที่ได้ผลดีที่สุด แต่ปัญหาคือ เซรุ่มมีราคาแพงมาก  เสี่ยงกับการแพ้เซรุ่ม บางโรงพยาบาลก็ไม่มีให้บริการ  อีกทั้งการฉีดรอบแผลทุกๆแผล จะเจ็บและปวดมาก  โดยเฉพาะพวกเด็กๆ  เพราะส่วนใหญ่ถูกกัดบริเวณหน้า และมีบาดแผลหลายแห่ง

เราจะคุ้มครองเด็กทุกคนให้ปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างไร

โรคพิษสุนัขบ้าเกิดมากจากสัตว์  ดังนั้น  วิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การป้องกันตัวเองให้ห่างจากสัตว์ที่เป็นโรคนี้  สำหรับบ้านที่เลี้ยงสัตว์ก็ต้องป้องกันสัตว์ไม่ให้เป็นโรคนี้  อย่างไรก็ตาม เด็กๆ มักชอบเล่นกับสัตว์ เพราะเป็นวัยซุกซน  จึงเป็นวัยที่มีโอกาสถูกสัตว์กัดบ่อยที่สุด  เมื่อถูกกัด ข่วน เลีย มือที่มีบาดแผล บ่อยครั้งเด็กไม่ค่อยบอกให้ผู้ปกครองทราบ

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคนี้ผลิตมาจากเซลล์เพาะเลี้ยงที่มีประสิทธิภาพดี  มีความบริสุทธิ์สูง  สามารถนำมาฉีดป้องกันโรคล่วงหน้าก่อนถูกสัตว์กัดได้  การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า  เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อมเพื่อต่อต้านโรคพิษสุนัขบ้าไว้ก่อนถูกสัตว์กัด  ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ และทุกคนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างแท้จริง

เราจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้าได้อย่างไร

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถฉีดในปริมาตร 0.5 ซีซี เพียง 3 เข็ม ห่างกัน 1-2 สัปดาห์  หากถูกสัตว์กัดจะฉ๊ดวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม  โดยไม่จำเป็นต้องฉ๊ดเซรุ่มรอบแผลทุกๆ แผลอีก

ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนแบบป้องกันล่วงหน้า

  1. เมื่อถูกสัตว์กัด  การฉีดวัคซีนกระตุ้นเพียง 1-2 เข็ม  ร่างกายก็จะได้ภูมิต้านทานที่สูงพอจะป้องกันโรคอย่างได้ผลแท้จริง
  2. เด็กๆ ทุกคนจะไม่เสี่ยงกับการแพ้เซรุ่ม หรือเจ็บปวดจากการฉีดเซรุ่มรอบๆ แผลอีกต่อไป
  3. อาจป้องกันการเกิดโรคได้ในกรณีที่สัมผัส หรือรับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่รู้ตัว  โดยเฉพาะในกรณีของเด็กที่ถูกสัตว์กัด ข่วน เลีย แล้วไม่ได้บอกผู้ปกครอง
  4. อาจป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ ในกรณีที่รับวัคซีนช้า เช่น เดินทางไปยังประเทศ หรือบริเวณที่ไม่มีวัคซีนหรือเซรุ่มใช้

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า

  • เด็กหรือบุคคลที่เลี้ยงสัตว์ต่างๆ  โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมภายในบ้าน เช่น สุนัข แมว หรือสัตว์ป่า เป็นต้น
  • เด็กที่บุคคลที่อาศัย หรือต้องเดินผ่านบริเวณที่มีสุนัขจรจัด หรือไม่มีเจ้าของอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
  • เด็กหรือบุคคลที่อาศัยอยู่ในเขตที่มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า (ประเทศไทย)

ถาม-ตอบ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีน

  • ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า เพราะต้องฉีดถึง 3 เข็ม และเมื่อถูกสัตว์กัด ก็ต้องฉีดกระตุ้นอีก 2 เข็ม  (รวมเป็น 5 เข็ม)  เท่ากับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบหลังสัมผัสโรค (ซึ่งปกติต้องฉีด 5 เข็ม) ดังนั้น ทำไมเราไม่รอให้ถูกสัตว์กัดก่อนแล้วค่อยฉีด จะดีกว่าไหม ?

ตอบ  การรักษาผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า โดยปกติคนทั่วๆ ไปมักคิดว่า  เมื่อถูกสัตว์กัดแล้ว ให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการฉีดวัคซีนเพียง 5 เข็ม เท่านั้นก็เพียงพอในการป้องกันโรคได้  แต่ความเป็นจริงแล้ว  คนไข้ที่ถูกสัตว์กัด ข่วน เลีย มีบาดแผลเลือดออก (แม้เพียงบาดแผลเล็กๆ)  นอกจากรับการฉีดวัคซีน 5 เข็มแล้ว  ยังต้องได้รับการฉีดเซรุ่มรอบๆ แผลด้วย  จึงจะช่วยป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างแท้จริง

  • การฉีดวัคซีคป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า มีอันตรายหรือไม่ ?

ตอบ   ไม่มีอันตราย  เพราะวัคซีนทำจากเซลล์เพาะเลี้ยง  มีความบริสุทธิ์สูง และทำมาจากเชื้อไวรัสที่ตายแล้ว  ไม่สามารถทำให้เกิดโรคในคนได้  แต่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคในกรณีสัมผัสโรค (ถูกสัตว์กัดหรือเลีย) ในอนาคตต่อไป

  • วัคซีนที่ใช้ฉีดป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า  ต่างจากชนิดที่ใช้รักษาในแบบหลังสัมผัสโรคอย่างไร ?

ตอบ   จริงๆแล้วคือวัคซีนชนิดเดียวกัน  แต่การฉีดแบบป้องกันล่วงหน้าจะฉีดเพียง 3 เข็มในวันที่ 0 (วันที่เริ่มฉีด)  วันที่ 7 และวันที่ 21 หรือ 28  ในขณะที่การฉีดแบบหลังสัมผัสโรคจะต้องฉ๊ดมากกว่า คือ 5 เข็ม  และต้องฉ๊ดเซรุ่มรอบๆ แผลในรายที่มีบาดแผลเลือดออกด้วย

  • เด็กเล็กๆ ฉีดได้หรือไม่

ตอบ  ฉีดได้ไม่จำกัดอายุ (ตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป)  และโปรแกรมการฉีดจะเหมือนผู้ใหญ่

  • เมื่อฉ๊ดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้าแล้ว  หากไม่ถูกสัตว์กัดเลย จะต้องฉ๊ดกระตุ้นทุกๆกี่ปี ?

ตอบ  แนะนำให้ฉีดกระตุ้นทุกๆ 10 ปี

  • มีอาการแพ้จากการฉีดวัคซีนชนิดทำจากเซลล์เพาะเลี้ยงหรือไม่

ตอบ  พบได้น้อยมากและไม่รุนแรง  เช่นมีไข้ต่ำ  ปวดเมื่อยตามตัว  คันแดงบริเวณฉ๊ด  สำหรับอาการแพ้ที่รุนแรงเหมือนวัคซีนแบบเดิมที่ต้องฉ๊ด 14 เข็มนั้น ไม่เคยพบในวัคซีนที่ผลิตจากเซลล์เพาะเลี้ยง  จึงเป็นเหตุผลให้สมัยก่อนไม่เคยมีการพูดถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแบบป้องกันล่วงหน้า  เพราะวัคซีนสมัยก่อนมีอาการแพ้ที่รุนแรงมาก

 

แหล่งข้อมูล : สภากาชาดไทย

 

 
 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค้าหนูเป็นนักศึกษา
กำลังทำวิทยานิพนธ์ค้ะ
เพื่อเป็นข้อมูลในการทำวิทยานิพนธ์
เเละพัฒนาสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีความรับผิดชอบโดยผ่านทางการช่วยดูแล สุนัข
เนื่องจากกลุ่มตัวอย่าง ที่ที่บ้านมีทั้ง เด็กและสุนัข ยากต่อการหากลุ่มตัวอย่างค่ะ
อยากขอความกรุณา หากพี่ๆมีข้อมูลในส่วนหัวข้อนี้
กรุณา ส่งข้อมูลกลับมาเพื่อเป็นประโยชน์ด้วยนะค้า
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค้า


หนูมีแบบสอบถามด้วยนะค้า
ตามลิ้งค์เลยค้า ขอบคุณมากๆ ค้า

http://spreadsheets.google.com/viewform?formkey=cjRCSThPVFB2bzFZNVV4aU5hTVVSWlE6MA..
หากมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
daoandup@hotmail.com

#3 By daoandup* on 2009-06-29 02:43

สวัสดีค่ะพี่นวล ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ อ่านแล้วรู้อะไรมากขึ้นตั้งเยอะ อยากจะพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้า ไม่รู้ว่าที่นี่เขาจะฉีดให้หรือเปล่าค่ะ ตอนแรกยังไม่ได้อ่านมีคำถาม แต่อ่านแล้วมีคำตอบอยู่ในนั้นเลยค่ะ มีแมวพเนจรอยู่หลายตัว กลัวโดนกัดโดนข่วนเหมือนกัน ตอนนี้ก็พยายามอยู่ห่างๆค่ะจะได้ไม่มีปัญหา ขอบคุณอีกครั้งค่ะพี่นวล ข้อมูลละเอียดมากค่ะ

#2 By แจง (74.186.161.56) on 2008-09-22 21:09

Hot! Hot! Hot!
ข้อมูลดีมากๆเลยค่ะ

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2008-09-20 20:12

มุกดาว (StarPearl) View my profile


มะหมาซาลอน

เปิดทุกวัน เวลา 10.00-19.30 น.
รับน้องหมาตัดแต่งขนตัวสุดท้าย
เวลา 16.00 น.

กรุณาโทรนัดล่วงหน้า
(บางครั้งช่างติดธุระ ไม่อยู่ร้าน)

โทร 086-4128169


Recommend


สงวนลิขสิทธิ์
ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539
ห้ามละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน
นำรูป ข้อความที่เขียนไว้
หรือส่วนหนึ่งส่วนใดในที่นี้
ไปเผยแพร่อ้างอิง
โดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดีตาม
กฎหมายบัญญัติสูงสุด

กรุณาติดต่อเจ้าของบล็อกก่อน
(**ยกเว้นของแต่งบล็อกที่แจก
และเจ้าของน้องหมาในรูป**)


Instagram